ดาร์เรน เฟลทเชอร์ กล่าวว่าเขาถูกลงโทษจากกรรมการ เพราะความคิดเห็นของอาเซน แวงเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล เมื่อเดือนกันยายน
กองกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกมาร์ติน แอตกินสัน เป่าว่าทำฟาล์ว ทำให้เชลซีได้เตะฟรีคิกซึ่งนำไปสู่ประตูชนะของเชลซี เมื่อวันอาทิตย์
“เราเริ่มต้นเห็นแล้วว่าคำพูดของแวงเกอร์ มีผลต่อกรรมการ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายมาก”
อาร์เซน แวงเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล กล่าวหาว่ายูไนเต็ด เล่นแบบ ‘anti-football’ หลังจากที่ทีมของเขามาปราชัยที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่ามีผู้เล่นที่ทำฟาล์วตลอดเวลา แต่ไม่เคยโดนเป่า และแม้แวงเกอร์จะไม่เอ่ยชื่อ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาหมายถึงเฟลทเชอร์
และกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์วัย 25 ปี ก็บอกว่าจากนั้นมามันมีผลกระทบการตัดสินของกรรมการต่อเขา
เฟลทเชอร์ฉุนที่การแย่งลูกจากแอชลี่ย์ โคลทำให้เสียฟรีคิก ส่งผลให้เชลซีได้ประตูแห่งชัยชนะในนาทีที่ 76 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
เขากล่าวว่า “ตอนนี้เราต้องเล่นให้ดีขึ้น และแสดงให้เห็นว่าการตัดสินเหล่านี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อการแข่งขันของทีม ผมมั่นใจว่าไม่ได้ทำฟาล์วอย่างแน่นอน ทั้งในตอนนั้น และตอนที่ดูภาพรีเพลย์ผมเล่นที่ลูก โคลก็แค่กระโดดขึ้น แล้วผมก็โดนเป่าฟาล์ว”
ทางด้าน เวส บราวน์ กองหลังของปีศาจแดงก็รู้สึกว่าเขาโดนทำฟาล์วโดย ดิดิเยร์ ดรอกบา ทำให้จอห์น เทอรรี่ แย่งโหม่งลูกเข้าประตูไปได้
บราวน์บอกว่า “ผมไม่คิดว่ากรรมการทำหน้าที่ได้ดี และเราก็แพ้เพราะลูกนั้น การตัดสินที่ให้เชลซีได้ฟรีคิกก็แย่มาก แล้วจากนั้นดรอกบาก็ยึดผมไว้ และดึงผมล้ม ทำให้ผมไม่สามารถเล่นลูกได้เมื่อลูกนั้นถูกโยนเข้ามาในเขตโทษ ผู้ตัดสินอ้างว่าไม่เห็น แล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะ เรารู้สึกเหมือนกับว่าเราทำหน้าที่ของเราได้ดีแต่กลับได้รับผลที่ย่ำแย่ไม่สมกับความทุ่มเท เพราะประตูที่เสียไปแบบนั้น ผมผิดหวังมาก”
จอห์น โอเชีย กองหลังอีกคนบอกว่า “มุมที่ผู้ตัดสินเห็นกับปฎิกริยาของนักเตะทำให้เขาได้ฟรีคิก และเมื่อดรอกบาทำฟาล์ว ตำแหน่งของผู้ตัดสินก็แย่มาก เขายืนอยู่ข้างหลังนักเตะเชลซี และอยู่ไกลเกินกว่าจะเห็น”
ตอนนี้ปีศาจแดงตามหลังเชลซีอยู่ห้าคะแนนและโอเชียก็เสริมว่า “เราเริ่มลิ้มรสความยากลำบาก แต่เราหวังว่าจะผ่านไปได้”
Busby Babes